หลังจากเกมการแข่งขันฟุตบอล ลา ลีกา สเปนที่ เรอัล โซเซียดาด พ่ายคารังให้ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด 1-2 เรอัล มาดริด มาได้ประตูออกนำจากการที่ดิเอโก ยอเลนเต้ ปะทะ วินิซิอุส จูเนียร์ ในกรอบเขตโทษ ผุ้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษ เซร์คิโอ รามอส สังหารเข้าไปไม่พลาดในนาทีที่ 50 ถือเป็นประตูที่ 68 ของรามอส เป็นกองหลังที่ยิงประตูมากที่สุดของ เรอัล มาดริด แซงหน้า โรนัลด์ คูมัน ที่เคยทำไว้ 67 ประตู แต่ยังตามหลัง เฟร์นันโด เอียร์โร่ ตำนานเรอัล มาดริด ยิงในลาลีก้า 105 ประตู แต่ส่วนใหญ่เป็นการยิงในสมัยที่เขาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ

แถมมีประเด็นปัญหาอีกในนาที นาที 68 อัดนาน ยานาไซ ของโซเซียดัด ซัดเต็มข้อส่งบอลไปกองที่ก้นตาข่ายในนาทีที่ 68 แต่หลังจากเรียกดูวีเออาร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกล้ำหน้า เพราะมองว่ามีนักเตะโซเซียดัด ยืนขวางทัศนวิสัยของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ชวดประตูตีเสมอ

ก่อนที่ คาริม เบนเซมา จะมายิงประตูให้ทีมเยือนออกนำ 2-0 ในนาทีที่ 71 แต่หลังจากนั้นเจ้าบ้านได้ประตูตีไข่แตกจาก มิเกล เมริโน นาที 83 จบเกม เรอัล มาดริด บุกชนะ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 65 คะแนน จาก 30 นัด เท่ากับ บาร์เซโลนา ที่ไปพลาดท่าเสมอกับ เซบีย่า และเวลานี้เหลือเกมอีก 8 นัด และมีผลงานเฮดทูเฮดีกว่า

หลังเกม โทนี่ เฟรียซา อดีตผู้อำนวยการสโมสรบาร์เซโลน่า ทวีตข้อความพาดพิงทีมคู่อริว่า “ความเสียหายในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 8-10 ครั้งแล้ว พวกเขาเปลี่ยน VAR เป็นอุปกรณ์ใช้โกงอย่างถูกต้องตามกฎ”

ด้าน ซีเนดีน ซีดาน กุนซือเรอัล มาดริด ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ชัยชนะเกมนี้ถูกมองว่าได้ วีเออาร์ ช่วย “ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ เพราะผู้ตัดสินถูกมอบหมายให้มาทำหน้าที่นั้น ผมคิดแต่เรื่องชัยชนะที่เราสมควรได้รับ มันน่าหงุดหงิดที่สุดท้ายเราต้องมาคุยกันเรื่องการตัดสิน เราไม่ได้ไปควบคุมเรื่องพวกนั้น เราชนะกันในสนาม ซึ่งวันนี้เราก็ทำได้ เราสมควรชนะ”